Fic:I don't know when....
Actors: YoonxJae
Chapter : 1
..........ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่คำว่าเพื่อน มันเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
ชั้นไม่รู้หรอก ในตอนนี้...รู้แค่ว่า... ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมแล้ว.....เท่านั้นแหละ...
บนถนนที่มีแดดอ่อนๆอยู่รำไร ที่กระทบทั้งบ้านเรือนและต้นไม้ใหญ่ กำลังสะท้อนภาพเด็กหนุ่มสามคนที่กำลังเดินกลับบ้านด้วยความสนุกสนาน มิตรภาพที่มีให้กันมาตั้งแต่เกิด เป็นตัววัดความแน่นแฟ้นของคนทั้งสามไว้อย่างดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไร ว่ามิตรภาพที่ให้กันดังเช่นวันนี้จะไม่เปลี่ยนไป....
"แจจุง ดูสิ ยุนโฮมันแกล้งเค้าอีกแล้ว"
เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นก่อนที่จะหลบตัวอยู่ข้างหลังคนที่เพิ่งถูกเอ่ยชื่อ
ในขณะที่อีกคน ลดมือที่หวังจะลงโทษคนปากเก่งทันที ท่าทางฮึดฮัดเหมือนเด็กน้อยที่ถูกขัดใจ ดูยังงัยก้อไม่ยอมโตซักที
คนปากเก่ง ยิ้มสะใจในชัยชนะ แน่ล่ะตานี่มักจะเกรงใจแจจุงนี่นา
"ฝากไว้ก่อนนะ เจ้าตัวเล็ก " ยุนโฮพูดขึ้นมาหลังจากที่รู้ตัวว่าแพ้ ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังขึ้น เดินไปได้ไม่นาน ก้อมีรายการแกล้งกันเหมือนเดิม
ดูยังงัย ก้อเป็นภาพที่น่าประทับใจเสมอ ดูมีความสุข แต่ใครจะรู้ ว่ามีคนๆนึงอยากจะหายตัวไปจากโลกนี้แค่ไหน
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกเปลี่ยนไป ทำไมถึงต้องเริ่มตีตัวออกห่างด้วยนะ ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เลย
"นี่ เลิกเถียงกันได้แล้ว.....รำคาญ" ใบหน้าสวยได้รู้ผิวขาวราวน้ำนม เงยหน้าจากหนังสือประวัติศาสตร์ยุโรปเล่มหนาพร้อมกับกล่าวประโยคเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงเรียบ
คนทั้งสองที่เพิ่งเปิดศึก ต่างเงียบ ราวกับมันเป็นประกาศิต
ทั้งสามเดินไปจนถึงบ้านหลังใหญ่ ทั้งบ้านทาด้วยสีขาว มีสวนดอกไม้ดั่งในนิทานก็ไม่ปาน
"เค้าเข้าบ้านก่อนนะ แจจุง" ซึลกิกล่าวลาเพื่อนรัก แต่ก่อนที่จะหันหลังกลับ...
"นี่ บอกลาแต่โบแจ แล้วมนุษย์หน้าตาดีคนนี้ล่ะ" ยุนโฮพูดลอยหน้าลอยตา หน้าตาชั่งกวนเบื้องล่างอย่างไม่น่าให้อภัย
" ชิชิชิชิ หลงตัวเอง เข้าบ้านละ พอใจยัง" คนอะไร หลงตัวเองชะมัด
ก่อนที่จะมีสงครามกันอีก แจจุงรีบตัดบทก่อนที่จะเดินนำไป "พวกเราไปก่อนนะซึลกิ เข้าบ้านดีๆล่ะ"
"จ้า" ตอบรับก่อนที่จะเล่นหน้าเล่นตากับร่างสูง แล้วก้อเดินเข้าบ้านไป
ทำไมไม่รู้ ยุนโฮรู้สึกว่าเส้นทางกลับบ้าน มันยาวกว่าทุกๆวัน อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่เงียบล่ะมั้งเหมือนเดินมาคนเดียวเลย
ก็อีกคนที่เดินมาด้วยกันน่ะ มัวแต่ก้มลงอ่านหนังสือ อะไรจะขยันปานนี้นะ เมื่อก่อนไม่เคยเห็นขยันแบบนี้เลย
"แจ มันหนุกมากเลยหรอ" ถามพลางชะโงกหน้ามองไปในหน้ากระดาษด้วย
แจจุงได้ยินก้อเงยหน้ามาตอบคำถาม
"ไม่หรอก ไม่หนุกซักนิด" ตอบก่อนที่จะปิดหนังสือเล่มหนา เก็บใส่กระเป๋า
"อ้าว ไม่หนุกแล้วจะอ่านทำไมล่ะ" อยากจะตอบให้ได้ยินชัดๆ เหลือเกิน ว่าการทนอ่านหนังสือที่ไม่สนุกเนี่ย ยังดีกว่าการเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีใครบางคนสนใจ!!
"ก้อ...คงคิดว่าช่วงนี้ เราชักทำตัวงี่เง่าขึ้นทุกทีน่ะสิ น่าจะหาอะไรที่มันทำให้ดูเป็นคนขึ้นมาหน่อยน่ะ" ยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทางตลกๆของคนข้างๆ
"อืมม หนังสือไม่เห็นจะทำให้เป็นคนขึ้นมาซักนิด"ท่าทางเหมือนเด็กขี้สงสัยที่ยุนโฮแสดงออกมาตอนนี้ ทำให้แจจุงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
"ยังงัย?" ดูซิว่าจะตอบว่าไง
" สำหรับแจน่ะ ต้องเสียงหัวเราะ กับเพลงเพราะๆเท่านั้นแหล่ะ" .....
"ไม่รู้ว่าชั้นคิดไปเองรึป่าวนะ ชั้นคิดว่าชั้นไม่ได้เห็นรอยยิ้มของโบแจคนนี้มานานมากเลยล่ะ เพลงที่แจเคยร้องตอนที่เราสามคนเดินกลับบ้านกัน ก้อไม่ค่อยจะได้ยินแล้ว"
มันก้อจิงอยู่ ใช่ ทุกอย่างที่ยุนโฮพูดมามันเป็นความจิง รอยยิ้มที่เค้ามักจะมอบให้เพื่อนรักทั้งสองเสมอมันค่อยๆจางลง บทเพลงที่ครั้งนึง เคยคิดว่าจะร้องไปจนตาย มันค่อยๆเลือนหายไป เป็นเพราะใครกันล่ะ กับไอ้ความรู้สึกบ้าๆนี่ด้วย แม้แต่ตัวเค้าเองก้อยังหาคำตอบไม่ได้เลย มาถึงตอนนี้ทำได้เพียงแค่ยิ้มน้อยๆให้ยุนโฮเป็นคำตอบเท่านั้น
ยุนโฮเห็นดังนั้นก้อลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะหยุดเดินแล้วตัดสินใจที่จะเอ่ยประโยคต่อไปออกมา
"แจ...เป็นอะไรรึป่าว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ บอกชั้นได้นะ"
แจจุงได้ยินดังนั้น แทบอยากจะเสกให้รอบตัวเค้ามีคนเป็นร้อยมายืนรายล้อมเลยทีเดียว เพราะอย่างน้อยมันก้อยังอึดอัดน้อยกว่าตอนที่จะต้องมาตอบคำถามที่ถูกถาม
"คือ เอ่อ คือถึงบ้านชั้นแล้ว ชั้นต้องเข้าบ้านแล้วนะยุนโฮ กลับบ้านดีๆล่ะ" ว่าเสร็จก็หันหลังกลับ แต่ต้องชะงัก เมื่อได้ยินประโยคที่ร่างสูงพูดออกมา
"หลับฝันดีนะแจ ชั้นเป็นห่วงแจนะ" ....จริงหรอ ยุนโฮ ...เป็นห่วงชั้นหรอ....
"อืม"
...
.
.
...
อากาศยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีขาว เปลือกตาบางๆค่อยๆเปิดขึ้นทีละนิด
...เช้าแล้วหรอเนี่ย เร็วจัง...
ก็ใช่น่ะสิ เค้าเพิ่งจะหลับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ตัวเองชินกับการอ่านหนังสือและทำการบ้านดึกๆ จนตอนนี้รู้สึกว่ามันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว
....จะอะไรอีก ถ้าไม่ใช่เพราะ....ไม่อยากจะคิดเรื่องของใครบางคน....
ร่างบางบิดตัวขจัดความเมื่อยขบออกไป เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วมองตัวเองผ่านกระจก
ลูบไล้ใบหน้าลงไปถึงต้นคอ ดวงตาคู่สวยคล้ำไปหมดก็เพราะต้องนอนหลับดึกทุกวัน แก้มนุ่มที่ยุนโฮเคยจับบ่อยๆตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะเนียนนุ่มเหมือนเดิมแล้ว
.....ยุนโฮ.....
มาถึงตรงนี้แจจุงไม่อยากจะคิดต่อไปอีกแล้ว เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ ในห้วงความคิดของคิมแจจุงมักจะมีแต่ จองยุนโฮเสมอ บ้าจริง ไล่ความคิดทั้งหมดออกไปก่อนที่จะทำธุระส่วนตัวในยามเช้า
..........
.
.
.
.
กลิ่นหอมของข้าวต้มปูฝีมือของคุณนายคิม ส่งกลิ่นไปทั่วห้องครัว คิมจีฮยองตักข้าวต้มใส่ชามไว้ให้ลูกชายคนสวยของเค้า เพราะช่วงนี้แจจุงมักจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยนไป กลับถึงบ้านก็เอาแต่อ่านหนังสือเรียน ตื่นก็เร็วแม้แต่คะแนนสอบ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ?? ตัวเค้าเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงของลูกชายหรอก ความคิดหนึ่งยังคึดว่าดีด้วยซ้ำ เด็กที่ไม่ยอมอ่านหนังสือ วันๆเอาแต่ร้องเพลง ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ กลับกลายมาเป็นเด็กขยันเรียน ตั้งใจเรียน แต่ในความเปลี่ยนแปลงที่คิดว่าดีนั้น กลับพาเอาความสดใสร่าเริงของลูกชายหายไปด้วย.....น่าดีใจดีมั๊ยเนี่ย??....
ไม่ทันไร แจจุงก็เดินมาถึงห้องครัว ร่างบางสูดกลิ่นหอมของข้าวต้มปูไว้เต็มปอด พร้อมเอ่ยปากชม
"หอมจังเลยฮะแม่ ข้าวต้มอะไรเนี่ย" ถามเสร็จก็นั่งประจำที่ ลงมือจัดการข้าวต้มตรงหน้าทันทีทั้งๆที่ผู้เป็นแม่ยังไม่ทันจะตอบคำถามเลยด้วยซ้ำ
"ข้าวต้มปูจ่ะ ช่วงนี้แม่เห็นลูกขยันขึ้นเป็นกอง ก็อยากจะให้กินอิ่มๆก่อนจะไปเรียนน่ะ" พูดเสร็จพลางใช้มือสวยที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบที่เรือนผมดำขลับนั่น
"อื้ม ถ้าได้กินของอร่อยๆแบบนี้ทุกวัน ที่หนึ่งของห้องคงไม่พ้นผมหรอก " ในขณะที่จีฮยอนยิ้มให้กับความคิดขี้เล่นของลูกชาย แจจุงกลับชะงัก ....เหมือนถูกเข็มแหลมๆตำเข้าที่ความคิด...ก็ที่หนึ่งของห้องทุกๆปีน่ะ ...เป็นซึลกิ...เพื่อนสนิทยุนโฮ..
....ยุนโฮอีกแล้ว......
ทำไมแจจุงถึงพูดว่าจุนซูเป็นเพื่อนสนิทยุนโฮน่ะหรอ? ก็เพราะทุกๆคนเมื่อขึ้น ม.ปลายตอนสมัคร จะต้องเขียนประวัติส่วนตัวนี่นา....บรรทัดที่เขียนว่า 'เพื่อนสนิท/คนใกล้ชิด' ในช่องนั้นของยุนโฮ เป็นแบซึลกิ ...ไม่ใช่คิมแจจุง ในขณะที่คิมแจจุง เขียนชื่อของทั้งสองคนลงไป 'จองยุนโฮ,แบซึลกิ' แต่ถึงอย่างไร มันก็เป็นอดีตไปแล้วนี่นา คิดไปก็เปลืองเซลล์สมองปล่าวๆ
ปิ๊งป่อง! เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น เช้าๆแบบนี้ไม่เดาก็รู้ ว่าใครมา....
"เอาล่ะ อิ่มรึยัง ยุนโฮมาแล้วน้า.." ร่างบางได้ยินดังนั้นก็วางช้อนลงทันที ไม่ใช่ว่าเค้าอิ่มหรอกนะ ที่แท้แล้วก็ยังไม่อิ่มเลย แต่รู้ว่าถ้ากินจนหมด คนที่มารับแต่เช้าต้องรอนานแน่ๆ
"ฮะ ผมไปนะฮะแม่" ว่าแล้วก็หอมแก้มเนียนไปฟอดใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวไล่ความกังวลที่คาดว่ากำลังจะก่อตัวขึ้นออกไป
ยุนโฮที่รออยู่หน้าบ้านร่างบางได้ซักพัก ก็ยิ้มออก เมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินดุ่มๆออกมา
"อรุณสวัสดิ์แจ ..ถือให้นะ" ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋าของแจจุงมาถือ ....ก็มันเป็นกิจวัตรไปแล้วนี่นา
"อื้ม " แจจุงเพียงแค่ตอบสั้นๆ เท่านั้น กริยาท่าทางแบบนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยุนโฮเพิ่มความสงสัยแจจุงเข้าไปอีก ...กะว่าจะไม่คิดแล้วเชียว....
"แจ มีปัญหาอะไรรึปล่าว มีอะไรปิดกันงั้นหรอ?" ถามกันตรงๆตามนิสัยชายหนุ่ม แจจุงได้ยินดังนั้นก็คิดอยากจะเป็นพ่อมดอีกครั้ง คราวนี้จะเสกให้ตัวเองหายไปจากตรงนี้เร็วๆเลย!
"เอ่อ ปล่าวหรอก คือ..." อะไรกันเนี่ย เหตุผลง่ายๆทำไมไม่บอกยุนโฮไปเล่าคิมแจจุง!! "....." ยุนโฮยังคงรอคอยคำตอบนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
"คือ.....ยุนโฮจะให้ชั้นพูดจริงๆน่ะหรอ?" โอ๊ยย!!คิมแจจุง นี่นายฉลาดรึปล่าวเนี่ย ไม่พูดแล้วยังจะถามกลับอีก..
"อื่มม ใช่ บอกมาเลย" สำหรับยุนโฮนั้น ไม่ใช่เรื่องที่กดดันเลยซักนิด เรื่องอะไรก็ตาม ตัวเค้าเองรับได้หมด
แผนสุดท้ายแล้วคิมแจจุง.......แจจุงจับใบหน้าของยุนโฮให้หันมาตรงๆก่อนที่จะพูดออกไป......
" ซ...ซึลกิเค้าบอก ว ว่าวันนี้จะหยุดเรียนน่ะ ... เค้าบอกว่า เบื่อหน้ายุนโฮ..." เยี่ยมมากคิมแจจุง!!! ฉลาดมาก~!
ยุนโฮได้ยินดังนั้นก็คลายปมที่ขมวดกันอยู่ที่คิ้ว ที่แท้ก็เพราะแบบนี้นี่เอง
"อ่อ อันนั้นชั้นก็รู้แล้วแหละ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ..เบื่อหน้ากันงั้นหรอเจ้าตัวเล็ก.. แต่ ยัยนั่นบอกแจเมื่อไหร่กัน" ยุนโฮทำหน้าตาเหมือนกับเคียดแค้นซึลกิเต็มที่ หากตัดความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในตัวเค้าได้ เค้าคิดว่าใบหน้าที่ยุนโฮทำแบบนี้ มันตลกสุดๆเลยล่ะ
"ก็โทรมาบอกเมื่อคืนตอนดึกๆน่ะ" ... "อืม คงหลังจากที่คุยกับชั้นเสร็จล่ะมั้ง..แหมซึลกินี่ร้ายจังเลยนะ ไม่ยอมบอกชั้นมาว่าเบื่อขี้หน้าชั้นน่ะ เจ็บใจจริงเชียว" เวลาที่พูดถึงซึลกิลับหลัง ยุนโฮมักจะมีรอยยิ้มประกอบอยู่ด้วยเสมอ...น่าอิจฉา จากนี้ไปจะทำยังงัยล่ะแจจุง? กลับไปเป็นเหมือนเดิม...ใช่ต้องเป็นเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด!!
"อืมม เมื่อคืนแอบโทรคุยกันงั้นหรอ ไม่เห็นโทรมาหาชั้นบ้างเลย" ฉลาดอีกแล้วคิมแจจุง ~~ นั่นแหละใช่เลย
ยุนโฮเห็นใบหน้าสวยงอนนิดๆก็อดยิ้มไม่ได้ .
ถ้าแจจุงไม่พูดขึ้น ตัวเค้าเองก็คงไม่ฉุกคิด......เมื่อไหร่กัน? ที่เมื่อเห็นโทรศัพท์ จะต้องกดเบอร์ของเจ้าตัวเล็กนั่นอยู่เรื่อย....เมื่อไหร่กันนะ? แล้วคิมแจจุงคนนี้ล่ะ?
"ก็...ช่วงนี้เห็นคุณป้าบอกว่า แจมัวแต่อ่านหนังสือนี่นา กลัวโทรไปกวนเปล่าๆ"
"อืมม มันก็ใช่ ช่วงนี้มันฤดูสอบเก็บคะแนนนี่นา ชั้นต้องขยันหน่อย" พูดไปก็ยิ้มไป....คิมแจจุง นายนี่มันเนียนสุดยอดเลยนะเนี่ย^^
"แจ....วันนี้ตอนเย็นไปกินไอติมกันมั๊ย? ชั้นมีอะไร..จะบอก" ประโยคที่ยุนโฮพูดขึ้นนั้น รู้มั๊ย? มันทำให้แจจุงรู้สึกแปลกๆ จะบอกอะไรชั้น....ถ้ายุนโฮบอกเรื่องนั้น.....ไม่ๆๆ เค้าจะบอกอะไรไม่รู้เลย อย่าเพิ่งดีใจไปสิคิมแจจุง!!!
"อื้ม เจอกันหน้าตึกละกัน" พูดเสร็จก็ก้มหน้าคางแทบชิดอก ซ่อนใบหน้าสวยอมชมพูระเรื่อที่แก้มไว้ ก่อนที่แจจุงจะอายม้วนไปกว่านี้ ทั้งคู่ก็เดินมาถึงตึกเรียนพอดี
"เจอกันนะแจ" ยุนโฮไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันกับเค้าและซึลกิหรอก ยุนโฮเป็นเด็กเก่ง เรื่องคำนวณนี่ ระดับเทพเชียวล่ะ เด็กหัวดีอย่างยุนโฮต้องอยู่ห้องเออยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลย แต่หัวอย่างเค้านี่ จัดอยู่ในระดับไหนดีนะ...คงจะหัวปานกลางล่ะมั้ง เลยได้อยู่ห้องซี ส่วนกรณีซึลกิน่ะหรอ ก็รายนั้นน่ะ ขอเปลี่ยนห้องจากห้องเอมาอยู่ห้องซี เหตุผลที่บอกครูนั้น ซึลกิบอกว่า ไม่อยากเรียนหนัก ประกอบกับฐานะทางบ้านนั้น อยู่ในขั้นดีมาก ครูจึงให้ย้ายได้ แต่เหตุผลจริงๆนั้น
....'เค้าไม่อยากอยู่กับตานั่นอ่ะ'....
ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ แจจุงก็พาร่างบางๆของตัวเองเข้าไปที่โฮมรูมทันที แทนที่จะเริ่มต้นชั่วโมงเรียนด้วยความตั้งใจ วันนี้แจจุงกลับเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น นึกอยากจะแปลงกายเป็นพ่อมด(อีกแล้ว)ไปปรับเวลาให้มันหมุนเร็วขึ้นเสียจริงๆ.............................................
เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นที่แจจุงรอคอย แจจุงยืนพิงเสาหน้าห้องเรียนรอคอยยุนโฮจะเลิกเรียน เจ้าก้อนเนื้อที่เต้นตุบตับนี่ ยิ่งเต้นเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาเดินลงมาจากบรรไดด้วยรอยยิ้มสดใส
"รอนานรึเปล่า ไปกันเถอะ" "อื้ม" ว่าแล้วยุนโฮก็คว้ากระเป๋าแจจุงไปถือเหมือนเคย....ระหว่างทาง ทั้งสองก็แลกเปลี่ยนเหตุการณ์ประจำวันของแต่ละคนกัน....เหมือนเช่นทุกๆวัน
เสียงกริ่งของร้านไอศกรีมเล็กๆแต่น่ารักดังขึ้นเมื่อยุนโฮผลักประตูบานใสนั่น ทั้งสองทักทายคุณจาง เจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง เนื่องจากยุนโฮแจจุงและซึลกิ มากินไอศกรีมที่นี่บ่อยเหลือเกิน ก่อนที่จะพาตัวเองและร่างบาง นั่งลงที่มุมในสุดของร้าน....
"เอาเหมือนเดิมนะครับคุณจาง" ยุนโฮหันมาสั่งไอศกรีมกับคุณจางเจ้าของร้าน โดยไม่เสียเวลาถามแจจุงว่าจะกินอะไรให้เสียเวลา ก็มาเมื่อไหร่ก็กินเหมือนเดิม คุณจางรับออเดอร์ด้วยรอยยิ้มก่อนจะถามออกมา
"แล้วซึลกิล่ะ วันนี้ไม่มาเหรอ" "วันนี้เค้าลาหนึ่งวันน่ะครับ" คุณจางทำท่ารับรู้ก่อนที่จะเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์
แทนที่บรรยายกาศแบบนี้จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข กลับกลายเป็นว่าความเงียบงันเข้าปกคลุมไปเสียหมด ยุนโฮตัดิสินใจพูดเพื่อทำลายบรรยากาศเย็นเชียบนี้ก่อน เพราะเรื่องนี้น่ะ ตัวเค้าเองตั้งใจจะพูดมานานมากเลย และคิดว่าคิมแจจุง น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับเค้าในตอนนี้
..........ตัวช่วยหรอ???........
"แจ.....ชั้นมีอะไรจะบอกล่ะ คือ...." หากแจจุงไม่มัวแต่ก้มหน้าซ่อนความแดงของแก้มไว้ แจจุงคงจะเห็นใบหน้าหล่อที่เจือไปด้วยความเขินไม่แพ้แจจุงเลย .....บรรยากาศแบบนี้ มันอธิบายไม่ได้จริงๆล่ะนะ(ขี้เกียจ).....
"..........."
...........
"..............ชั้น............ชอบซึลกิ.."